Facebook กับการเปลี่ยนแปลงในปี 2019

Film
Online Marketing

หลังจากการที่ Facebook ได้ทำการ Redesign ครั้งใหญ่ ในงาน F8 ที่ผ่านมา ก็ได้มีทั้งลูกเล่นและฟีเจอร์ใหม่เกิดขึ้นมากมาย ต้งแต่การทำตัว UI/UX ใหม่ ดูทันสมัย มากขึ้น มีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้กับแอป รวมไปถึงการเปิดตัว Product หรือบริการใหม่ๆ แม้ว่าในงานครั้งนี้ อาจจะไม่ค่อยได้พูดถึงผลิตภัณฑ์เชิงธุรกิจเท่าไรนัก แต่จริงๆแล้วมันกลับมีบางอย่างที่นักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจสามารถประยุกต์ใช้ได้ โดยในวันนี้เราจะมาขอนำเสมอการเปลี่ยนแปลงในแต่ละส่วนกันครับ

1. Facebook เริ่มมีการโฟกัสกับการทำ Group Community มากขึ้น การ Redesign ครั้งนี้ไม่ได้ทำให้แค่ Facebook ดูใช้งานง่ายขึ้นและทันสมัยมากขึ้นเท่านั้น แต่ก็ได้เพิ่ม ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่กระตุ้นการสร้างปฏิสัมพันธ์และการโต้ตอบกันในกลุ่ม (Group Interaction) การโพสตั้งคำถามและแบ่งปันข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อกัน ซึ่งทำให้หลายธุรกิจอาจจะต้องกลับมาคิดถึงประโยชน์ของการทำ Facebook Group มากขึ้นด้วยว่า ธุรกิจหรือแบรนด์จะสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Group ได้อย่างไร และสามารถสร้าง Brand communicate ได้อย่างไร

2. Messenger อีกหนึ่งแอปคู่ใจตลอดกาลของ Facebook ที่มีการยกเครื่องใหม่ ให้น่าใช้งานมากขึ้น โหลดเร็วขึ้น โต้ตอบได้เร็วขึ้น และใช้พื้นที่ได้น้อยลง อีกทั้งยังมาพร้อมด้วยฟีเจอร์ใหม่สำหรับผู้ใช้งานเพื่อธุรกิจโดยเฉพาะ ตั้งแต่การสามารถจองนัดหมายต่างๆได้ในแอป Messenger และการทำให้คุยได้ข้ามแพลตฟอร์มได้ไม่ว่าจะเป็น Facebook Messenger - Instagram - Whatsapp อีกทั้งในเวอร์ชั่นของ Desktop ยังสามารถให้ผู้ใช้งาน เปิดใช้ Video Call แบบกลุ่มได้ด้วย 

3. WhatsApp ยังมีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานทางธุรกิจ โดยเปิดให้บริษัทต่างๆสามารถส่งแค็ตตาล็อกสินค้าให้ลูกค้าดูผ่านแชทได้ และสามารถรับคำสั่งซื้อได้โดยตรงผ่าน WhatsApp 

4. Instagram อีกหนึ่งแอปที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ตั้งแต่การไม่แสดงจำนวนไลค์ในแต่ละโพสต์บน Instagram และเพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ ด้วยกัน 3 ฟีเจอร์ใหม่ เริ่มจากกล้อง Built-in ในแอป Instagram ที่ได้ทำการพัฒนาเป็น “Creative Mode” ทำให้ผู้ใช้งานสามารถแชร์ข้อความ แอฟเฟค (Effect) หรือสติ๊กเกอร์อินเตอร์แอคทีฟ ได้เลยไม่จำเป็นที่จะต้องแปะบนภาพหรือวิดีโอ ลดเวลาหาภาพหรือถ่ายวิดีโอเพื่อมาใส่ข้อความหรือสติ๊กเกอร์ และฟีเจอร์สุดท้าย “ซื้อง่ายขายคล่อง” โดยฟีเจอร์ตัวนี้จะทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถ tag รายการสินค้าบนรูป เพื่อให้ผู้งานคนอื่นๆ สามารถกดเข้าไปสู่การซท้อขายสินค้าบน IG ของร้านค้าโดยตรง ซึ่งฟีเจอร์ตัวนี้ น่าจะช่วยให้ Influencer และ Content Creator สามารถขายสินค้าได้ง่ายขึ้น และยังช่วยในการวัดประสิทธิผลของ Influencer/Creator ได้ง่ายขึ้น 

และหากท่านใดที่ต้องการทีมการตลาดออนไลน์เข้าไปช่วยในการดูแลธุรกิจของท่าน ไม่ว่าจะเป็นการทำ Facebook, การทำ Adwors, SEO หรือเว็บไซต์ ก็สามารถติดต่อเราได้ โดยทีมเรามีความเชี่ยวชาญในด้านนี้เฉพาะ พร้อมให้คำปรึกษา สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริการ SEO